เดือนธันวาคม ปี 2004 สึนามิ เป็นคำที่ไม่มีใครในสังคมไทยไม่รู้จัก ผมไม่รู้โชคดีหรือโชคร้ายที่มีบริษัทซอฟต์แวร์เล็กๆ แห่งหนึ่งที่ภูเก็ต และเราได้รับหน้าที่ดูแลข้อมูลของเหตุการณ์ครั้งนั้น
เช้าที่สงบของวันที่ 26 ธันวาคม 2004 มีรายงานข่าวว่าเกิดแผ่นดินไหวบริเวณทะเลอันดามัน โดยภาพรวมไม่มีใครตกใจอะไรเพราะแผ่นดินไหวเป็นเรื่องปกติ ตอนสายๆ เริ่มมีข่าวว่ามีผู้เสียชีวิตบางส่วนที่หาดป่าตอง พอเวลาผ่านไปๆ รายงานผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเริ่มทยอยถูกรายงานขึ้นมาเรื่อยๆ จากพื้นที่ต่างๆ ในหลายจังหวัด วันนั้นผ่านไปหลายชั่วโมงคนไทยจึงรู้ว่าเหตุการณ์ครั้งนั้นร้ายแรงขนาดไหน เย็นวันนั้นเป็นต้นมาโทรศัพท์บริเวณนั้นโทรเข้า-ออก ไม่ได้ เพราะคู่สายเต็มทั้งหมด จน operator ทุกเจ้าต้องจำกัดเวลาโทรและตัดสัญญาณโทรศัพท์เพื่อให้ทุกคนได้มีโอกาสใช้โทรศัพท์ วันเดียวกันนั้นศูนย์บัญชาการภัยพิบัติถูกตั้งขึ้นมาที่ศาลากลาง จ.ภูเก็ต คืนวันนั้นเราเสนอว่าควรมีระบบรายงานข้อมูลผ่าน internet เพราะมีผู้คนจำนวนมากกำลังมองหาญาติที่เดินทางมาจากต่างประเทศ
เช้าวันที่ 27 ธันวาคม เราได้รับไฟเขียวให้เริ่มจัดการข้อมูลสำหรับค้นหาผ่าน internet ได้ เราเริ่มจากการจัดระบบการไหลเวียนข้อมูลก่อน เราทราบว่าข้อมูลเหล่านี้จะถูกรวบรวมที่โรงพยาบาล วันนั้นผมจึงออกแบบฟอร์มที่ทุกโรงพยาบาลจะต้องกรอกเพื่อส่งเข้ามายังศูนย์บัญชาการ เราส่งแบบฟอร์ม excel ไปให้ เรา fax รูปแบบข้อมูลที่เราต้องการไปให้ พร้อมคำสั่งอธิบดีซึ่งทุกโรงพยาบาลต้องปฏิบัติทันที และเราให้ทุกที่ส่งข้อมูลกลับมาทาง fax หรือ e-mail หรืออะไรก็ได้ ที่สะดวก ความโชคดีอย่างหนึ่งของการปฏิบัติการในครั้งนี้ คือเราอยากได้อะไรเราก็ได้ ไม่มีใครหวงตำแหน่ง ไม่มีใครปฏิเสธ ทุกคนมีแต่จิตใจที่จะช่วยเหลืออย่างรวดเร็วที่สุด
ผมออกแบบโปรแกรมค้นหาโดยใช้ภาษา php และฐานข้อมูล mysql ระบบทั้งหมดเสร็จใน 2 ชั่วโมง และเราใช้ Server ของบริษัทผมในการติดตั้งระบบ วันนั้นอาสาสมัครที่มาช่วย key ข้อมูลเข้าสู่ระบบมีมาอย่างต่อเนื่อง เรามีทีมงานราวๆ 60 คน ทุกคนเป็นอาสาสมัคร
ช่วงบ่ายวันเดียวกัน เราเริ่มให้บริการข้อมูลผู้บาดเจ็บ เสียชีวิต ผ่าน internet และวันเดียวกันนี้ cnn เริ่มประกาศว่าสามารถค้นหาข้อมูลได้ที่เว็บไหน หลังจาก cnn ประกาศออกไปได้ไม่ถึง 2 ชั่วโมง Server เราล่มสนิท !!!
หลังจากความล้มเหลวนั้น เราเริ่มออกแบบระบบใหม่ โดยผมได้ i-Net ช่วยเรื่อง Server ด้วยปริมาณ bandwidth (ช่องสัญญาณ) ที่มากขึ้นและ Server ที่มีประสิทธิภาพเราคิดว่าคงพอใช้ไปได้สักพักก่อน และเราย้ายข้อมูลไป Server ใหม่ทันที แต่ไม่ถึง 5 ชม. Server ใหม่ก็จอดสนิทเช่นกัน!!!
เราไม่มีเวลาให้สูญเสีย เรารู้ว่าสาเหตุเหล่านี้เกิดจากมีคนต้องการหาญาติพี่น้อง เวลาของเราคือความกังวลต่อญาติของคนอีกนับล้าน คืนนั้นเราออกแบบระบบกันใหม่ โดยผมได้รับความช่วยเหลือจากหลายหน่วยงาน ขออนุญาตกล่าวถึงคือ i-Net , CAT, TOT, คุณปรเมศวร์ (ผู้ก่อตั้ง Sanook), phuket.com และ KSC Phuket. โดยทุกคน ให้ Server และช่วยผมวางแผนรองรับปริมาณ traffic จำนวนมหาศาล เราใช้ Server จำนวน 5 ตัวที่ i-Net และทำ rsync ระหว่างกัน (เป็นการที่ระบบ copy ข้อมูลไปยัง server ทั้ง 5 ตัว พอ user เข้ามาระบบก็จะโยนกระจายไปแต่ละ server เพื่อกระจายการทำงาน) เราใช้ Server ที่ TOT ในการทำ Database Server และใช้ Server ที่ CAT ในการทำ image server เพื่อเก็บภาพ และแล้ว Solution ของเราก็สำเร็จ เรามองเห็นผู้เข้าชมเว็บไซต์แต่ละวันกว่า 3 ล้านคน
28 ธันวาคม ภาพผู้เสียชีวิตหลายพันภาพถูกส่งมาที่ผม เราตัดสินใจนำภาพขึ้นเพื่อให้ญาติที่จดจำลักษณะของญาติตนเองได้สามารถมองหาจากภาพของศพได้ ภาพเหล่านี้ถูกนำขึ้นไปพร้อมความกังวลของเราถึงความเหมาะสมในการนำภาพผู้เสียชีวิตเผยแพร่ต่อสาธารณะ และวันเดียวกันเราก็ตัดสินใจนำภาพลง และเขียนลงแผ่น CD แจกจ่ายให้สถานฑูตแต่ละแห่ง โดยผู้ที่มองหาญาติสามารถติดต่อสถานฑูตของตนเองเพื่อขอดูภาพผู้เสียชีวิต
เราทำงานวันแล้ววันเล่า โดยไม่ได้หลับนอน สิ่งที่อยู่ในใจของผมและทีมอาสาสมัครในขณะนั้นมีเพียงว่า เราจะช่วยให้ทุกคนได้กลับบ้าน ไม่ว่าจะมีชีวิตหรือไม่มีชีวิตแล้วก็ตาม ในห้องที่ผมนั่งอยู่มีโทรศัพท์เข้ามาไม่ขาดสายเนื่องจากตอนนั้นโทรศัพท์หลายๆ เบอร์ในภูเก็ตจะถูกโทรเข้ามาสอบถาม ทั้งๆ ที่หลายเบอร์ไม่ได้เกี่ยวข้อง นับร้อยๆ สายที่โทรมาร้องไห้และสื่อสารกับเราไม่รู้เรื่อง และในเที่ยงคืนของคืนฉลองปีใหม่ ผมนั่งมอง traffic ที่เข้ามายัง Server ที่ยังสูงอยู่ ปีใหม่ผ่านไปท่ามกลางความเศร้าโศกของคนหลายคน วันนั้นในทีมงานไม่มีใครมีอะไรจะพูดกัน เพราะสิ่งที่เราจะพูดเราได้สื่อด้วยการกระทำอย่างเต็มกำลังไปหมดแล้ว
คงมีโอกาสไม่มากนักที่เราจะได้บริหารจัดการในสภาวะวิกฤติที่ต้องแข่งกับเวลาเช่นนี้ สิ่งที่ผมเรียนรู้ในครั้งนี้คือ
1. อย่าคาดหวังความสมบูรณ์แบบในภาวะวิกฤติ ทุกอย่างต้องง่าย ชัดเจน และรวดเร็วที่สุด
2. ศูนย์บัญชาการต้องอยู่ในพื้นที่ มีความพยายามที่จะตั้งศูนย์บัญชาการข้อมูลขึ้นที่กรุงเทพฯ โดยกระทรวง ICT ในขณะนั้น แต่การตั้งศูนย์ข้อมูลนอกพื้นที่งานนั้นจะทำให้คุณไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในสภาวะเช่นนั้น เมื่อไม่รู้คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าควรทำอะไร
3. เห็นศพเป็นพันๆ เป็นครั้งแรกที่ไม่รู้สึกกลัวแต่รู้สึกสงสาร และความตายเป็นเรื่องที่ไม่ได้อยู่ไกลตัวเราเลย
4. ผมเรียนรู้ว่าเมื่อถึงเวลา น้ำใจของเพื่อนมนุษย์ มีจริงๆ
สุดท้าย น้อมคาราวะจิตใจของอาสาสมัครทุกท่านครับ